Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@travelland

Travel License : 11/05931

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เที่ยวเวียดนามกลาง ดานัง – ฮอยอัน – เว้ รวม 9 ที่เที่ยวสวย ครบทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรม

เที่ยวเวียดนามกลาง ดานัง – ฮอยอัน – เว้ รวม 9 ที่เที่ยวสวย ครบทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรม

28

Oct

เวียดนาม

เที่ยวเวียดนามกลาง ดานัง – ฮอยอัน – เว้ รวม 9 ที่เที่ยวสวย ครบทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรม

เวียดนามกลาง เสน่ห์แห่งธรรมชาติ วัฒนธรรม และเมืองเก่าสุดคลาสสิก

หากพูดถึงจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเวียดนาม เวียดนามกลาง (Central Vietnam) เป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่มีเสน่ห์และเต็มไปด้วยความหลากหลาย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบภายในทริปเดียว

หนึ่งในเส้นทางยอดนิยมคือการเดินทางผ่าน 3 เมืองสำคัญ ได้แก่ ดานัง (Da Nang), ฮอยอัน (Hoi An) และเว้ (Hue) ซึ่งแต่ละเมืองมีเอกลักษณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ดานัง เป็นเมืองชายฝั่งที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัว มีทั้ง สะพานมังกรอันโดดเด่น และบานาฮิลล์ แหล่งท่องเที่ยวบนยอดเขาที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปและวิวภูเขาสุดตระการตา

ฮอยอัน มีเสน่ห์จากบ้านเรือนสีเหลือง อาคารเก่าแก่ และโคมไฟหลากสีที่ประดับประดาไปทั่วเมือง สะท้อนให้เห็นถึงอดีตของเมืองท่าการค้าสำคัญที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมหลายประเทศ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO

เว้ อดีตเมืองหลวงของราชวงศ์เหงียน เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยมรดกทางประวัติศาสตร์ ทั้งพระราชวัง สุสานจักรพรรดิ วัดเก่าแก่ และแม่น้ำหอมที่ไหลผ่านใจกลางเมือง เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเรียนรู้เรื่องราวของเวียดนามผ่านสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมดั้งเดิม

เสน่ห์ของเวียดนามกลางจึงไม่ได้มีเพียงสถานที่ถ่ายภาพสวย ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นการเดินทางที่เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสทั้งธรรมชาติ วิถีชีวิตท้องถิ่น อาหารพื้นเมือง และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สืบทอดมายาวนาน

9 สถานที่ท่องเที่ยวเวียดนามกลางที่ไม่ควรพลาด

หากกำลังวางแผนเดินทางไปเวียดนามกลาง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเที่ยวจากที่ไหนดี TravelLand ได้รวบรวม 9 สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ตั้งแต่แลนด์มาร์กชื่อดังของดานัง เมืองโบราณอันมีเสน่ห์ของฮอยอัน ไปจนถึงศาสนสถานและมรดกทางประวัติศาสตร์ของเมืองเว้ เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนทริปให้ครบทั้งความสนุก ความสวยงาม และประสบการณ์ทางวัฒนธรรมในเส้นทางเดียวกัน


1. บานาฮิลล์ (Ba Na Hills) ดินแดนบนยอดเขาที่ให้บรรยากาศราวกับยุโรป

บานาฮิลล์เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองดานัง ตั้งอยู่บนพื้นที่ภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร โดดเด่นด้วยธรรมชาติอันเขียวขจี อากาศบนภูเขา และสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปที่สร้างบรรยากาศราวกับกำลังเดินเที่ยวอยู่ในเมืองต่างประเทศ

ในอดีต บานาฮิลล์เคยเป็นสถานตากอากาศบนภูเขาที่ชาวฝรั่งเศสพัฒนาขึ้นในยุคอาณานิคม ก่อนจะได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่รวบรวมทั้งจุดชมวิว สวนสนุก ร้านอาหาร และกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวทุกวัย จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเวียดนามกลาง

สถานที่ไฮไลต์ภายในบานาฮิลล์

สะพานโกลเด้นบริดจ์ (Golden Bridge)

สะพานโกลเด้นบริดจ์เป็นแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ด้วยสะพานสีทองที่ทอดยาวอยู่ท่ามกลางขุนเขา โดยมีประติมากรรมมือขนาดใหญ่สองข้างประคองตัวสะพานเอาไว้ ทำให้ดูราวกับเป็นสะพานวิเศษที่ลอยอยู่เหนือธรรมชาติ

นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิว ถ่ายภาพท่ามกลางทิวเขา และสัมผัสบรรยากาศของธรรมชาติจากมุมสูง โดยเฉพาะในวันที่อากาศแจ่มใส ซึ่งจะมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างสวยงาม

หมู่บ้านฝรั่งเศส (French Village)

หมู่บ้านฝรั่งเศสเป็นอีกหนึ่งโซนยอดนิยมของบานาฮิลล์ ที่จำลองบรรยากาศเมืองยุโรปผ่านอาคารสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิก ทั้งปราสาท โบสถ์ จัตุรัส และถนนหินที่ให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในฝรั่งเศส

บริเวณนี้เหมาะสำหรับการเดินชมสถาปัตยกรรม ถ่ายภาพ และแวะรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่ม พร้อมเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปในเวียดนาม

สวนสนุกแฟนตาซีพาร์ก (Fantasy Park)

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสนุกสนาน Fantasy Park เป็นสวนสนุกในร่มที่มีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งเครื่องเล่นสำหรับครอบครัว เครื่องเล่นแนวผจญภัย และประสบการณ์ชมภาพยนตร์ 3D/4D เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับเพื่อนหรือครอบครัว

โซนปราสาท

บานาฮิลล์ยังมีโซนสถาปัตยกรรมลักษณะคล้ายปราสาทยุโรป พร้อมพื้นที่จัดแสดงและกิจกรรมความบันเทิงที่แตกต่างกันไปตามโซน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมรายละเอียดของอาคารและเก็บภาพความประทับใจได้ตลอดเส้นทาง

อุโมงค์เก็บไวน์เดเบย์ (Debay Wine Cellar)

อุโมงค์เก็บไวน์เดเบย์สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1923 ในช่วงที่บานาฮิลล์ได้รับการพัฒนาเป็นสถานตากอากาศของชาวฝรั่งเศส ภายในเป็นอุโมงค์ที่ใช้สำหรับเก็บรักษาไวน์ สะท้อนให้เห็นถึงร่องรอยทางประวัติศาสตร์และอิทธิพลของวัฒนธรรมฝรั่งเศสในพื้นที่แห่งนี้

นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศภายในอุโมงค์และเรียนรู้เรื่องราวของสถานที่ได้ โดยกิจกรรมชิมไวน์หรือบริการเพิ่มเติมอาจมีค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก

กระเช้าลอยฟ้าบานาฮิลล์ (Ba Na Hills Cable Car)

อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดคือการนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นสู่ยอดเขา ระหว่างทางสามารถชมวิวป่าไม้ ภูเขา และธรรมชาติอันเขียวขจีจากมุมสูง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ช่วยเพิ่มความประทับใจให้กับการเที่ยวบานาฮิลล์ได้เป็นอย่างดี

2. วัดหลินอึ๋ง (Linh Ung Pagoda) สักการะเจ้าแม่กวนอิม ชมวิวทะเลดานัง

วัดหลินอึ๋งบนคาบสมุทรเซินจ่าเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางศาสนาของเมืองดานัง ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติบนพื้นที่สูงที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลและชายฝั่งได้อย่างกว้างไกล บรรยากาศโดยรอบมีความสงบ เหมาะสำหรับการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ

จุดเด่นที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือองค์เจ้าแม่กวนอิมสีขาวขนาดใหญ่ สูงประมาณ 67 เมตร ประดิษฐานหันพระพักตร์ออกสู่ทะเล องค์เจ้าแม่กวนอิมเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนถึงความเมตตาและความศรัทธาของผู้คนในท้องถิ่น อีกทั้งยังมีความเชื่อเกี่ยวกับการคุ้มครองชาวประมงและผู้ที่เดินทางออกสู่ทะเล

เมื่อเดินทางมาถึง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมเดินชมบริเวณวัดและถ่ายภาพวิวทะเลจากมุมสูงได้ในคราวเดียวกัน ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่ผสมผสานความศรัทธา วัฒนธรรม และความงดงามของธรรมชาติได้อย่างลงตัว

3. สะพานมังกร (Dragon Bridge) แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองดานัง

สะพานมังกรเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองดานัง เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 2009 และเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 2013 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 38 ปีแห่งการปลดปล่อยเมืองดานัง

สะพานแห่งนี้ทอดข้ามแม่น้ำหาน ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของเมือง ช่วยเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสองฝั่งเมืองได้อย่างสะดวก และยังกลายเป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว

เอกลักษณ์ของสะพานคือประติมากรรมมังกรสีทองขนาดใหญ่ที่ทอดตัวยาวไปตามแนวสะพาน มังกรเป็นสัญลักษณ์ที่มีความสำคัญในวัฒนธรรมเอเชีย สื่อถึงพลัง ความแข็งแกร่ง และความเจริญรุ่งเรือง โดยเฉพาะในช่วงค่ำ สะพานจะประดับไฟหลากสีสัน เพิ่มความสวยงามให้กับบรรยากาศริมแม่น้ำหาน


ชมการแสดงมังกรพ่นไฟและพ่นน้ำ

ไฮไลต์ที่ทำให้สะพานมังกรมีชื่อเสียงเป็นพิเศษคือการแสดงมังกรพ่นไฟและพ่นน้ำ ซึ่งโดยทั่วไปจัดขึ้นในคืนวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลาประมาณ 21.00 น. รวมถึงบางโอกาสพิเศษตามกำหนดการของเมือง

ในช่วงการแสดงจะมีการปิดการจราจรบนสะพานชั่วคราว เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมสามารถรับชมการแสดงได้อย่างสะดวก หากต้องการชมการแสดงอย่างใกล้ชิด แนะนำให้ตรวจสอบตารางล่าสุดและเดินทางไปถึงบริเวณสะพานล่วงหน้า

4. ผาหินอ่อน (Marble Mountains) สัมผัสธรรมชาติและศาสนสถานบนภูเขา

ผาหินอ่อน หรือ Marble Mountains เป็นกลุ่มภูเขาหินปูนและหินอ่อนที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองดานัง ประกอบด้วยภูเขา 5 ลูก ซึ่งตั้งชื่อตามธาตุทั้งห้า ได้แก่ โลหะ น้ำ ไม้ ไฟ และดิน สถานที่แห่งนี้มีความโดดเด่นทั้งด้านภูมิประเทศ ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ทางศาสนา

ภูเขาธาตุน้ำเป็นพื้นที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีถ้ำธรรมชาติ เจดีย์ และสถานที่สักการะที่ซ่อนตัวอยู่ภายในภูเขา เมื่อเดินเข้าไปสำรวจจะพบกับบรรยากาศที่แตกต่างกัน ทั้งโถงถ้ำที่มีแสงส่องผ่านจากด้านบน ทางเดินหิน และศาสนสถานที่สะท้อนความเชื่อของชาวเวียดนาม

การเดินเที่ยวผาหินอ่อนเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและการสำรวจสถานที่ทางวัฒนธรรม โดยบางเส้นทางมีบันไดและพื้นผิวที่ไม่เรียบ จึงควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวกและเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนเข้าชม

ผาหินอ่อน หรือ Marble Mountains เป็นกลุ่มภูเขาหินปูนและหินอ่อนที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองดานัง ประกอบด้วยภูเขา 5 ลูก ซึ่งตั้งชื่อตามธาตุทั้งห้า ได้แก่ โลหะ น้ำ ไม้ ไฟ และดิน สถานที่แห่งนี้มีความโดดเด่นทั้งด้านภูมิประเทศ ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ทางศาสนา ภูเขาธาตุน้ำเป็นพื้นที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีถ้ำธรรมชาติ เจดีย์ และสถานที่สักการะที่ซ่อนตัวอยู่ภายในภูเขา เมื่อเดินเข้าไปสำรวจจะพบกับบรรยากาศที่แตกต่างกัน ทั้งโถงถ้ำที่มีแสงส่องผ่านจากด้านบน ทางเดินหิน และศาสนสถานที่สะท้อนความเชื่อของชาวเวียดนาม การเดินเที่ยวผาหินอ่อนเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและการสำรวจสถานที่ทางวัฒนธรรม โดยบางเส้นทางมีบันไดและพื้นผิวที่ไม่เรียบ จึงควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวกและเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนเข้าชม

เมืองโบราณฮอยอันเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่มีเสน่ห์ที่สุดของเวียดนามกลาง ในอดีตเมืองแห่งนี้เคยเป็นเมืองท่าสำคัญที่มีการค้าขายระหว่างพ่อค้าจากหลายภูมิภาค ทั้งเอเชียและยุโรป การเดินทางเข้ามาของผู้คนและสินค้าจากต่างแดนทำให้ฮอยอันได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากหลายประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม จีน ญี่ปุ่น และยุโรป

ปัจจุบันฮอยอันยังคงรักษาเอกลักษณ์ของเมืองเก่าเอาไว้ได้อย่างงดงาม ทั้งอาคารสีเหลือง บ้านเรือนโบราณ ร้านค้าดั้งเดิม และถนนสายเล็ก ๆ ที่เหมาะสำหรับการเดินเล่น ชมสถาปัตยกรรม และถ่ายภาพ เมืองโบราณฮอยอันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1999


สะพานญี่ปุ่น สัญลักษณ์สำคัญของฮอยอัน

สะพานญี่ปุ่น หรือ Japanese Covered Bridge เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง สร้างขึ้นในช่วงที่ชุมชนพ่อค้าชาวญี่ปุ่นเข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำการค้าในฮอยอัน โดดเด่นด้วยสะพานมีหลังคาที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนต่างวัฒนธรรมในอดีต

สะพานแห่งนี้มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของเมือง และยังเป็นหนึ่งในภาพจำของฮอยอันที่ปรากฏอยู่บนธนบัตรเวียดนามชนิดราคา 20,000 ดอง

เมื่อมาเยือนฮอยอัน แนะนำให้เผื่อเวลาเดินชมเมืองเก่า แวะถ่ายภาพตามตรอกซอกซอย และสัมผัสบรรยากาศที่ผสมผสานเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เข้ากับวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน

6. หมู่บ้านกั๊มทาน (Cam Thanh Coconut Village) ล่องเรือกระด้งกลางป่ามะพร้าว

หมู่บ้านกั๊มทานเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติใกล้กับเมืองโบราณฮอยอัน มีชื่อเสียงจากป่ามะพร้าวน้ำเค็มที่ขึ้นหนาแน่นตามลำคลองและพื้นที่ชุ่มน้ำโดยรอบ บรรยากาศเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเปลี่ยนจากการเดินชมเมืองเก่ามาสัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตชุมชน

กิจกรรมยอดนิยมของที่นี่คือการล่องเรือกระด้ง ซึ่งเป็นเรือทรงกลมที่ทำจากไม้ไผ่ โดยมีคนพายเรือพานักท่องเที่ยวลัดเลาะไปตามลำคลอง ชมป่ามะพร้าวและบรรยากาศของชุมชนท้องถิ่น

ระหว่างทางอาจมีการแสดงหมุนเรือหรือกิจกรรมสาธิตต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและโปรแกรมในวันนั้น ผู้ที่ไม่ต้องการให้เรือหมุนแรงสามารถแจ้งคนพายล่วงหน้าได้ เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างสบายใจมากขึ้น

การล่องเรือกระด้งจึงเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ช่วยให้ได้เห็นเสน่ห์ของฮอยอันในมุมที่แตกต่าง ทั้งความสนุกสนาน ธรรมชาติ และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน

7. วัดเทียนมู่ (Thien Mu Pagoda) วัดเก่าแก่ริมแม่น้ำหอมแห่งเมืองเว้

วัดเทียนมู่เป็นวัดพุทธเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองเว้ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหอม ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและร่มรื่น วัดแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1601 และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนความศรัทธาทางพุทธศาสนาของเวียดนามได้อย่างชัดเจน

จุดเด่นของวัดคือเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมสูง 7 ชั้น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองเว้ แต่ละชั้นมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางพุทธศาสนา ภายในบริเวณวัดยังมีอาคารทางศาสนาและโบราณวัตถุที่บอกเล่าเรื่องราวของวัดและเมืองเว้ในอดีต

นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสถาปัตยกรรม สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และชมทิวทัศน์ของแม่น้ำหอมจากบริเวณวัดได้อย่างเพลิดเพลิน หากต้องการสัมผัสบรรยากาศเมืองเว้ในมุมที่สงบและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัดเทียนมู่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด

วัดเทียนมู่เป็นวัดพุทธเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองเว้ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหอม ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและร่มรื่น วัดแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1601 และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนความศรัทธาทางพุทธศาสนาของเวียดนามได้อย่างชัดเจน จุดเด่นของวัดคือเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมสูง 7 ชั้น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองเว้ แต่ละชั้นมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางพุทธศาสนา ภายในบริเวณวัดยังมีอาคารทางศาสนาและโบราณวัตถุที่บอกเล่าเรื่องราวของวัดและเมืองเว้ในอดีต นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสถาปัตยกรรม สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และชมทิวทัศน์ของแม่น้ำหอมจากบริเวณวัดได้อย่างเพลิดเพลิน หากต้องการสัมผัสบรรยากาศเมืองเว้ในมุมที่สงบและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัดเทียนมู่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด

แม่น้ำหอมเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านเมืองเว้ และมีบทบาทต่อประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ชื่อของแม่น้ำมีที่มาจากเรื่องเล่าที่กล่าวถึงกลิ่นหอมของดอกไม้และพืชพรรณจากต้นน้ำที่ลอยมาตามกระแสน้ำ จนกลายเป็นชื่อที่รู้จักกันในปัจจุบัน

การล่องเรือแม่น้ำหอมเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ได้ชมเมืองเว้จากอีกมุมหนึ่ง ระหว่างทางสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำ อาคารทางประวัติศาสตร์ และบรรยากาศอันร่มรื่นของเมือง

ในบางโปรแกรมอาจมีการแสดงดนตรีพื้นเมืองเวียดนามบนเรือ ซึ่งช่วยเพิ่มสีสันให้กับการเดินทาง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรอบการล่องเรือและบริการของผู้ประกอบการ

หากต้องการสัมผัสเสน่ห์ของเมืองเว้แบบไม่เร่งรีบ การล่องเรือแม่น้ำหอมเป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน พร้อมเรียนรู้เรื่องราวและวิถีชีวิตของเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้

9. สุสานจักรพรรดิไคดิงห์ (Khai Dinh Tomb) มรดกสถาปัตยกรรมอันวิจิตรแห่งเมืองเว้

สุสานจักรพรรดิไคดิงห์เป็นหนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองเว้ สร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานของจักรพรรดิไคดิงห์แห่งราชวงศ์เหงียน โดยเริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1920 และแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1931

สิ่งที่ทำให้สุสานแห่งนี้แตกต่างจากสุสานหลวงอื่น ๆ คือสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะเวียดนามดั้งเดิมเข้ากับอิทธิพลตะวันตกได้อย่างโดดเด่น ทั้งโครงสร้างอาคาร บันไดหิน รูปปั้นมังกร และรายละเอียดการตกแต่งภายในที่มีความประณีต

บริเวณทางเข้ามีบันไดและลานที่ประดับด้วยรูปปั้นหิน ส่วนภายในอาคารสุสานมีงานตกแต่งที่สะท้อนถึงความหรูหราและความสำคัญของจักรพรรดิในอดีต

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และศิลปะ สุสานจักรพรรดิไคดิงห์เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจมรดกทางวัฒนธรรมของเวียดนามได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

วางแผนเที่ยวเวียดนามกลางให้ครบในทริปเดียว

การเดินทางท่องเที่ยวดานัง ฮอยอัน และเว้ ช่วยให้ได้สัมผัสเวียดนามกลางในหลากหลายมิติ ตั้งแต่แลนด์มาร์กสมัยใหม่และวิวภูเขาของบานาฮิลล์ ไปจนถึงเมืองโบราณที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และวัดวาอารามที่สะท้อนความศรัทธาของผู้คน

ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพบนสะพานโกลเด้นบริดจ์ ชมการแสดงมังกรพ่นไฟที่สะพานมังกร เดินเล่นในเมืองโบราณฮอยอัน หรือล่องเรือชมแม่น้ำหอม แต่ละสถานที่ล้วนมีเสน่ห์แตกต่างกัน และช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางให้หลากหลายยิ่งขึ้น

หากกำลังมองหาโปรแกรมทัวร์เวียดนามกลางที่รวมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญไว้ในทริปเดียว สามารถเลือกเส้นทางที่เหมาะกับระยะเวลาเดินทางและความสนใจของคุณ เพื่อออกไปสัมผัสเสน่ห์ของเวียดนามกลางด้วยตัวเอง

จำนวนผู้เข้าชม 9 ครั้ง