Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@travelland

Travel License : 11/05931

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

5 พิกัดเกาหลีใบไม้เปลี่ยนสี 2026

5 พิกัดเกาหลีใบไม้เปลี่ยนสี 2026

29

Jun

เกาหลี

5 พิกัดเกาหลีใบไม้เปลี่ยนสี 2026

???????????? แจก 5 พิกัดจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีของเกาหลี ปี 2026
⭐️เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ช่วงนี้ถือเป็นเวลาที่โรแมนติกที่สุดของเกาหลี ถูกแต้มด้วยสีสันของใบไม้แดง ส้ม และเหลืองทั่วทั้งประเทศ แถมอากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การออกไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สุด

แล้วควรไปเที่ยวจุดไหนบ้าง ดูตามพิกัดกันได้เลย ✨
????Seoraksan National Park อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน
????Nami Island เกาะนามิ
????Gyeongbokgung พระราชวังพยองบกกุง
????Haneul Park สวนฮานึล
????Naejangsan National Park อุทยานแห่งชาติแนจังซาน


อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน (Seoraksan National Park)

     อุทยานแห่งชาติชื่อดังและอัญมณีเม็ดงามแห่งเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ในจังหวัดคังวอนโด โดดเด่นด้วยทัศนียภาพอันน่าทึ่งของเทือกเขาหินแกรนิตสูงตระหง่านและโขดหินรูปร่างแปลกตา ท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ หุบเขาลึก และน้ำตกที่งดงามราวกับภาพวาดตลอดทั้งปี จนได้รับฉายาว่าเป็น "สวิสเซอร์แลนด์แห่งเกาหลี"

     ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมธรรมชาติที่สวยที่สุดอันดับต้น ๆ ของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (กลางเดือนตุลาคม - ต้นพฤศจิกายน) ภูเขาทั้งลูกจะพร้อมใจกันผลัดใบ แต่งแต้มไปด้วยเฉดสีแดง ส้ม และเหลืองทอง สลับกับสายหมอกจาง ๆ กลายเป็นแลนด์มาร์กยอดฮิตที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก


ไฮไลต์ห้ามพลาด:

  • นั่งกระเช้าลอยฟ้า (Seoraksan Cable Car): ขึ้นสู่ยอดเขากวอนกึมซอง ชมวิวทิวทัศน์และเทือกเขาแบบพานอรามา 360 องศา

  • สักการะวัดชินฮึงซา (Sinheungsa Temple): วัดเก่าแก่ท่ามกลางหุบเขา ขอพรจาก "พระพุทธรูปสัมฤทธิ์องค์ใหญ่" ที่ประดิษฐานอย่างสง่างาม

  • สายธรรมชาติและเดินป่า: มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลากหลายระดับ ตั้งแต่เดินเลียบน้ำตกแบบสบาย ๆ ไปจนถึงเส้นทางพิชิตยอดเขาสำหรับสายลุย

เกร็ดความรู้

Travel Tips : เนื่องจากซอรัคซานได้รับความนิยมสูงมากในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี แนะนำให้วางแผนเดินทางมาถึงอุทยานตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดและคิวรอขึ้นเคเบิลคาร์ค่ะ

เกาะนามิ (Nami Island)

     เกาะเล็ก ๆ รูปพระจันทร์เสี้ยวที่ตั้งอยู่กลางแม่น้ำบุคฮันกัง โดดเด่นด้วยบรรยากาศอันแสนเงียบสงบและโรแมนติก จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเกาหลีใต้ เอกลักษณ์ที่มัดใจนักเดินทางจากทั่วโลกคือ "ถนนสายต้นไม้" ไม่ว่าจะเป็นต้นสนเกาหลี (Metasequoia) หรือต้นแปะก๊วย ที่ทอดยาวเรียงรายอย่างสวยงาม เหมาะสำหรับการเดินเล่น ปั่นจักรยานรับลม และเก็บภาพความประทับใจท่ามกลางธรรมชาติที่พร้อมต้อนรับในทุกฤดูกาล

ไฮไลต์ห้ามพลาด:

  • แนวต้นสนและต้นแปะก๊วยยักษ์: จุดเช็กอินมหาชนที่ต้องมาเดินทอดน่อง ถ่ายภาพมุมลึกสุดสายตา (และเป็นจุดตามรอยซีรีส์ดังในตำนาน Winter Sonata)

  • กิจกรรมปั่นจักรยานรอบเกาะ: มีบริการเช่าจักรยาน (ทั้งแบบปั่นเดี่ยวและปั่นคู่) ให้คุณได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบเกาะได้อย่างทั่วถึงและสนุกสนาน

  • หมู่บ้านวัฒนธรรมและงานศิลปะ: นอกจากธรรมชาติแล้ว บนเกาะยังมีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก แกลเลอรีศิลปะ และร้านอาหาร/คาเฟ่น่ารัก ๆ ให้แวะพักผ่อน

เกร็ดความรู้

Travel Tips:

  • การเดินทางเข้าเกาะ: นอกจากการนั่งเรือเฟอร์รีข้ามฟากแบบทั่วไปแล้ว สำหรับสายแอดเวนเจอร์สามารถเลือกเข้าเกาะด้วย Zipline (Zip Wire) เพื่อโหนสลิงข้ามแม่น้ำพร้อมชมวิวจากมุมสูงได้ด้วยค่ะ

  • ช่วงเวลาแนะนำ: ควรเดินทางไปถึงท่าเรือข้ามฟากแต่เช้า (ประมาณ 8.00 - 9.00 น.) เพื่อจะได้เดินถ่ายรูปบนเกาะตอนที่คนยังไม่หนาตา และได้แสงเช้าที่สวยละมุนที่สุด

พระราชวังพยองบกกุง (Gyeongbokgung)

     พระราชวังหลวงที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของราชวงศ์โชซอน ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซล ท่ามกลางฉากหลังของภูเขาสูงตระหง่าน สถาปัตยกรรมเกาหลีดั้งเดิมที่นี่สะท้อนความงดงามและยิ่งใหญ่ผ่านอาคารโบราณ ลานกว้างอันโอ่อ่า และสวนหลวงที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ก้าวเข้าสู่ประวัติศาสตร์และสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีอย่างใกล้ชิด พร้อมเก็บภาพความประทับใจในชุดฮันบกท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุคอันทรงเสน่ห์


ไฮไลต์ห้ามพลาด:

  • พระที่นั่งคึนจองจอน (Geonjeongjeon): ท้องพระโรงหลักอันเป็นหัวใจของพระราชวัง ใช้สำหรับประกอบพิธีราชาภิเษกและต้อนรับทูตานุทูต โดดเด่นด้วยลานหินกว้างและงานแกะสลักอันวิจิตร

  • ศาลากลางน้ำเคียงฮเวรู (Gyeonghoeru): ศาลาโถงสองชั้นที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำขนาดใหญ่ อดีตสถานที่จัดงานเลี้ยงฉลองของราชวงศ์ เป็นจุดถ่ายรูปที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของวัง

  • พิธีเปลี่ยนเวรยามของทหารราชองครักษ์: การจำลองพิธีการโบราณสุดอลังการ จัดแสดงบริเวณประตูควางฮวามุน (มีรอบ 10.00 น. และ 14.00 น. ยกเว้นวันอังคาร)

เกร็ดความรู้


สวนฮานึล (Haneul Park)

     สวนสาธารณะบนเนินเขาใจกลางกรุงโซลที่ได้รับการขนานนามว่า "สวนแห่งท้องฟ้า" เนื่องจากตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดในบรรดาสวนทั้ง 5 ของเวิลด์คัพปาร์ค (World Cup Park) โดดเด่นด้วยทุ่งหญ้าสีเงิน (Silver Grass) และทุ่งดอกหญ้าพิงค์มูลลี่ (Pink Muhly) ขนาดใหญ่ที่พลิ้วไหวไปตามสายลม พร้อมวิวมุมสูงแบบพานอรามาที่สามารถมองเห็นแม่น้ำฮันและตึกระฟ้าของเมืองโซลได้อย่างกว้างไกล โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ทุ่งหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามสวยงาม เหมาะสำหรับการพักผ่อน เดินรับลมเย็น ๆ และถ่ายภาพเช็กอินในบรรยากาศสุดโรแมนติก


ไฮไลต์ห้ามพลาด:

  • ทุ่งหญ้าจักกึม (Silver Grass Field): ทุ่งหญ้าสูงท่วมหัวที่ทอดยาวสุดสายตา จุดถ่ายภาพพอร์ตเทรตยอดฮิตที่ให้ฟีลอบอุ่นและละมุนตาที่สุด

  • จุดชมวิวสิ่งปลูกสร้างรูปชาม (Bowl Sky Lookout): จุดชมวิวด้านบนสุดที่ออกแบบเป็นรูปชามขนาดใหญ่ สามารถขึ้นไปยืนเพื่อชมทัศนียภาพของสวนฮานึลและเมืองโซลได้แบบ 360 องศา

  • ทุ่งดอกไม้เปลี่ยนสีตามฤดูกาล: นอกเหนือจากทุ่งหญ้าสีเงินแล้ว ในบางช่วงยังมีทุ่งดอกโคเชีย (Kochia) พุ่มกลม ๆ สีแดงแป๊ด และดอกหญ้าสีชมพูพาสเทลให้ถ่ายรูปสลับกันไป

เกร็ดความรู้

Travel Tips:

  • วิธีขึ้นไปบนสวน: จากทางเข้าด้านล่างจนถึงตัวสวนด้านบนค่อนข้างสูง หากใครอยากเดินรับลมชิล ๆ สามารถเดินขึ้นบันได 291 ขั้นได้ค่ะ แต่ถ้าอยากเซฟแรง แนะนำให้นั่ง รถไฟฟ้าล้อลาก (Maengkong Electric Train) ซื้อตั๋วแบบไป-กลับ นั่งสบาย ๆ แค่ 5 นาทีก็ถึงข้างบนแล้วค่ะ

  • ช่วงเวลาแนะนำ: ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกดิน (ประมาณ 16.00 - 17.30 น.) คือช่วงที่สวยที่สุด เพราะแสงแดดสีส้มละมุนจะส่องกระทบทุ่งหญ้าจนกลายเป็นสีทองระยิบระยับ ถ่ายรูปออกมาสวยปังมากค่ะ

  • การเตรียมตัว: สวนเป็นพื้นที่เปิดโล่งและอยู่บนเนินเขา ลมจะค่อนข้างแรงและไม่มีร่มเงาไม้ใหญ่ แนะนำให้เตรียมหมวก แว่นกันแดด หรือเสื้อคลุมกันลมติดตัวไปด้วยนะคะ

สวนฮานึล (Haneul Park)

     สวนสาธารณะบนเนินเขาใจกลางกรุงโซลที่ได้รับการขนานนามว่า "สวนแห่งท้องฟ้า" เนื่องจากตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดในบรรดาสวนทั้งหมดของเวิลด์คัพปาร์ค (World Cup Park) โดดเด่นด้วยทุ่งหญ้าสีเงิน (Silver Grass) และทุ่งดอกหญ้าสีพาสเทลขนาดใหญ่ที่พลิ้วไหวไปตามสายลม พร้อมวิวมุมสูงแบบพานอรามาที่สามารถมองเห็นแม่น้ำฮันและเมืองโซลได้อย่างกว้างไกล โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ทุ่งหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามสวยงาม เหมาะสำหรับการพักผ่อน เดินรับลมเย็น ๆ และถ่ายภาพเช็กอินในบรรยากาศสุดโรแมนติก


ไฮไลต์ห้ามพลาด:

  • ทุ่งหญ้าจักกึม (Silver Grass Field): ทุ่งหญ้าสูงท่วมหัวที่ทอดยาวสุดสายตา จุดถ่ายภาพยอดฮิตที่ให้ฟีลอบอุ่นและละมุนตาที่สุด

  • จุดชมวิวสิ่งปลูกสร้างรูปชาม (Bowl Sky Lookout): แลนด์มาร์กรูปชามขนาดใหญ่ที่สามารถขึ้นไปยืนเพื่อชมทัศนียภาพของสวนฮานึลและเมืองโซลได้แบบ 360 องศา

  • ทุ่งดอกไม้เปลี่ยนสีตามฤดูกาล: นอกเหนือจากทุ่งหญ้าสีเงินแล้ว ในช่วงใบไม้ร่วงยังมีพุ่มดอกโคเชีย (Kochia) พุ่มกลม ๆ สีส้มแดง และดอกหญ้าพิงค์มูลลี่สีชมพูหวานให้ได้ถ่ายรูปกันด้วย

เกร็ดความรู้

Travel Tips:

  • วิธีขึ้นไปบนสวน: จากทางเข้าด้านล่างจนถึงตัวสวนด้านบนค่อนข้างสูง หากใครอยากเดินรับลมชิล ๆ สามารถเดินขึ้นบันได 291 ขั้นได้ค่ะ แต่ถ้าอยากเซฟแรง แนะนำให้นั่ง รถไฟฟ้าล้อลาก (Maengkong Electric Train) ซื้อตั๋วแบบไป-กลับ นั่งสบาย ๆ แค่ 5 นาทีก็ถึงข้างบนแล้วค่ะ

  • ช่วงเวลาแนะนำ: ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกดิน (ประมาณ 16.00 - 17.30 น.) คือช่วงที่สวยที่สุด เพราะแสงแดดสีส้มละมุนจะส่องกระทบทุ่งหญ้าจนกลายเป็นสีทองระยิบระยับ ถ่ายรูปออกมาสวยปังมากค่ะ

  • การเตรียมตัว: สวนเป็นพื้นที่เปิดโล่งและอยู่บนเนินเขา ลมจะค่อนข้างแรงและไม่มีร่มเงาไม้ใหญ่ แนะนำให้เตรียมหมวก แว่นกันแดด หรือเสื้อคลุมกันลมติดตัวไปด้วยนะคะ

อุทยานแห่งชาติแนจังซาน (Naejangsan National Park)

     อุทยานแห่งชาติที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามที่สุดของเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ โดดเด่นด้วยทัศนียภาพอันสวยงามราวกับภาพวาดจากแนวต้นเมเปิลหนาแน่นจำนวนมาก ที่พร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีแดงสด ส้ม และเหลืองอร่ามทั่วทั้งหุบเขา ผสานเข้ากับวัดโบราณอันเงียบสงบและเส้นทางเดินชมธรรมชาติที่ร่มรื่น ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้น ๆ ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างหลั่งไหลมาเยือนในช่วงฤดูใบไม้ร่วง


ไฮไลต์ห้ามพลาด:

  • อุโมงค์ต้นเมเปิล (Maple Tunnel): เส้นทางเดินเท้าไฮไลต์จากบริเวณประตูทางเข้าอุทยานทอดยาวไปจนถึงตัววัด ที่ขนาบข้างด้วยต้นเมเปิลนับร้อยต้น โค้งเข้าหากันจนกลายเป็นอุโมงค์สีแดงเพลิงที่สวยงามสะกดสายตา

  • ศาลากลางน้ำอูฮวาจอง (Uhwajeong Pavilion): ศาลาคาเฟ่หลังคาปีกนกสีฟ้าที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำใสสะท้อนภาพภูเขาเปลี่ยนสีและสายหมอก เป็นจุดถ่ายรูปแลนด์มาร์กที่ห้ามพลาดเด็ดขาด

  • วัดแนจังซา (Naejangsa Temple): วัดโบราณเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา โอบล้อมด้วยแนวเขาที่เปลี่ยนเป็นสีสันสดใส ให้บรรยากาศที่สงบ จิตใจร่มเย็น และงดงามคลาสสิก

เกร็ดความรู้

Travel Tips:

  • ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ใบไม้เปลี่ยนสีของที่นี่จะพีคช้ากว่าทางตอนเหนือ (เช่น ซอรัคซาน) โดยช่วงที่สวยที่สุดจะอยู่ประมาณ ปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ของทุกปีค่ะ

  • หลีกเลี่ยงฝูงชน: เนื่องจากแนจังซานฮิตมาก ๆ ในหมู่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว แนะนำให้เดินทางมาถึงอุทยานตั้งแต่เช้าตรู่ก่อน 8.00 น. หรือเลือกมาในวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) จะเดินชิลและถ่ายภาพได้สบายกว่าวันเสาร์-อาทิตย์มากค่ะ

  • การเดินทางในอุทยาน: สองข้างทางเดินสวยมากจนแนะนำให้เดินเท้าเพื่อเก็บภาพค่ะ แต่ถ้าใครไม่อยากเดินไกล ภายในอุทยานมีบริการ รถบัสรับส่ง (Shuttle Bus) คอยให้บริการรับ-ส่งตามจุดสำคัญ ช่วยประหยัดเวลาและแรงขาได้เยอะเลยค่ะ

ชอบพิกัดไหนมากที่สุด หรือแพลนจะไปเช็กอินที่ไหนในทริปหน้า? อย่าลืมกดเซฟบทความนี้เก็บไว้แชร์ความฟินกับเพื่อน ๆ แล้วเตรียมปักหมุดแลนด์มาร์กสุดปังเหล่านี้ไว้ในแพลนเที่ยวได้เลย!

จำนวนผู้เข้าชม 10 ครั้ง