
26
Feb
จีน
เทศกาลน้ำแข็งฮาร์บิน Harbin Ice Festival งานระดับโลกที่ห้ามพลาด
ถ้าพูดถึงเทศกาลท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวที่นักเดินทางทั่วโลกต่างจับตามอง เทศกาลน้ำแข็งฮาร์บิน หรือ Harbin International Ice and Snow Sculpture Festival คือชื่อที่ต้องถูกพูดถึงเสมอ งานนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของงานแกะสลักน้ำแข็งและหิมะที่มีขนาดใหญ่และประณีตงดงามระดับต้นๆ ของโลก บวกกับสภาพอากาศหนาวเย็นที่ยาวนานกว่า 4 - 5 เดือนต่อปี จึงทำให้ฮาร์บินได้รับการขนานนามว่า "เมืองแห่งน้ำแข็ง" ที่ไม่ว่าใครก็อยากลองไปสัมผัสเสน่ห์เมืองหนาวติดลบ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ฮาร์บินกลายเป็นหมุดหมายยอดนิยมในฤดูหนาวมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากที่จีนประกาศยกเว้นวีซ่าให้กับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย ทำให้การเดินทางสะดวกและคุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม
เทศกาลน้ำแข็งฮาร์บิน มีความเป็นมาอย่างไร?
เทศกาลน้ำแข็งฮาร์บินจัดขึ้นที่เมืองฮาร์บิน มณฑลเฮย์หลงเจียง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน รากเหง้าของงานนี้มาจากงานแสดงโคมไฟน้ำแข็งแบบดั้งเดิมของชุมชนพื้นเมืองในบริเวณสวนจ้าวหลิน ซึ่งสืบทอดกันมาหลายร้อยปี ก่อนจะได้รับการพัฒนาและยกระดับขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1985 ภายใต้ชื่อเทศกาลน้ำแข็งฮาร์บิน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมือง และจัดต่อเนื่องมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันเทศกาลน้ำแข็งฮาร์บินได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 4 เทศกาลน้ำแข็งและหิมะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 750,000 ตารางเมตร และใช้น้ำแข็งที่ตัดมาจากแม่น้ำซงฮัว (Songhua River) มากกว่า 300,000 - 400,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี เพื่อสร้างสรรค์เป็นสถาปัตยกรรมจำลอง ปราสาท พระราชวัง สะพาน และแลนด์มาร์กสำคัญจากทั่วโลกที่สุดแสนอลังการ เทศกาลเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมไปจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) โดยช่วงที่งานสวยและสมบูรณ์ที่สุดคือ กลางเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณติดลบ 15 ถึงติดลบ 30 องศาเซลเซียส

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดในเทศกาลน้ำแข็งฮาร์บิน
งานแบ่งพื้นที่หลักออกเป็น 3 โซน แต่ละโซนมีเสน่ห์และบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป และเพื่อให้คุ้มค่าที่สุด แนะนำให้วางแผนเข้าชมให้ครบทั้งสามโซน เพราะแต่ละที่ให้ประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำกันเลย
1. Harbin Ice and Snow World — หัวใจหลักของเทศกาล
โซนนี้คือจุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พูดถึงเมื่อนึกถึงเทศกาลน้ำแข็งฮาร์บิน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 750,000 ตารางเมตร เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างจำลองจากน้ำแข็งขนาดใหญ่ ทั้งปราสาท พระราชวัง ศาสนสถานแบบจีน สะพาน และสถาปัตยกรรมที่อ้างอิงจากแลนด์มาร์กทั่วโลก ทั้งหมดสร้างสรรค์โดยทีมช่างแกะสลักจากนานาประเทศ รวมถึงทีมจากประเทศไทยด้วย ในช่วงกลางคืน ระบบไฟ LED ที่ติดตั้งไว้ภายในประติมากรรมน้ำแข็งจะเปิดสว่างพร้อมกันทั่วบริเวณงาน สร้างบรรยากาศที่งดงามราวกับเมืองในนิยาย นอกจากการชมผลงานแกะสลักแล้ว ยังมีกิจกรรมให้เลือกเล่นหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสไลเดอร์น้ำแข็งที่ยาวสูงสุด 300 เมตร ลานสเก็ตน้ำแข็ง เขาวงกตน้ำแข็ง การปั่นจักรยานบนน้ำแข็ง หรือสไลเดอร์หิมะ และไม่ควรพลาดชิงช้าสวรรค์รูปเกล็ดหิมะสูงกว่า 120 เมตร ที่ให้ทัศนียภาพของงานแบบ 360 องศาจากมุมสูง เป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งเมื่อมาเยือนฮาร์บิน






2. Sun Island International Snow Sculpture Art Expo — สวรรค์ของงานแกะสลักหิมะ
เกาะพระอาทิตย์ หรือ 太阳岛 (ไท่หยางเต่า) ตั้งอยู่ฝั่งเหนือของแม่น้ำซงฮัว เป็นพื้นที่จัดงานแข่งขันและนิทรรศการแกะสลักหิมะนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในจีน ตลอดพื้นที่เกาะจะเต็มไปด้วยผลงานแกะสลักหิมะขนาดมหึมาจากศิลปินทั่วโลก ครอบคลุมหัวข้อที่หลากหลาย ทั้งสถาปัตยกรรมชื่อดัง สัตว์มงคล ตำนานพื้นบ้าน และสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสันทนาการ เช่น ลานสไลเดอร์หิมะและการขี่ม้า ให้ได้ลองสัมผัส

Sun Island International Snow Sculpture Art Expo
3. Zhaolin Park Ice Lantern Fair — บรรยากาศดั้งเดิมที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
สวนจ้าวหลินคือต้นกำเนิดของเทศกาลน้ำแข็งฮาร์บินและเป็นโซนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุด แนะนำให้เข้าชมในช่วงหลังพระอาทิตย์ตกดิน เพราะแสงโคมไฟสีสันต่างๆ ที่บรรจุอยู่ภายในประติมากรรมน้ำแข็งจะเปล่งประกายออกมาอย่างสวยงาม สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและมีมนต์เสน่ห์เป็นของตัวเอง ผลงานในสวนมีทั้งโคมไฟรูปสัตว์นักษัตร ดอกไม้ ตัวละครจากวรรณคดีจีน และงานสถาปัตยกรรมจิ๋วที่แกะสลักอย่างประณีต บรรยากาศโดยรวมของโซนนี้เงียบสงบและเป็นส่วนตัวกว่าโซนอื่น เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสรากเหง้าทางวัฒนธรรมของเทศกาลอย่างแท้จริง

Zhaolin Park Ice Lantern Fair
เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปฮาร์บิน?
เนื่องจากอุณหภูมิในช่วงเทศกาลอยู่ในระดับที่หนาวจัดเป็นพิเศษ การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้ทริปนี้สนุกและสะดวกสบายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เครื่องแต่งกาย แนะนำให้ใช้ระบบเลเยอร์ริ่ง (Layering) คือการแต่งกายแบบหลายชั้น เริ่มจากชั้นในที่เป็น Thermal Wear เพื่อรักษาความอบอุ่น ตามด้วยเสื้อขนสัตว์หรือเสื้อฟลีซ และปิดทับด้วยเสื้อโค้ทกันลมกันน้ำชั้นนอก อย่าลืมถุงมือกันหนาว หมวกบีนนี่ ผ้าพันคอ และถุงเท้าหนาอย่างน้อย 2 ชั้น รองเท้า ข้อนี้สำคัญมาก ควรเลือกรองเท้าบู้ทกันหนาวที่มีพื้นกันลื่น เพราะพื้นผิวถนนและทางเดินในบริเวณงานมักเป็นน้ำแข็งและลื่นมากกว่าที่คิด การดูแลผิวหนัง อากาศแห้งและเย็นจัดทำให้ผิวแห้งแตกและริมฝีปากลอกได้ง่าย ควรทาครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นสูงก่อนออกไปข้างนอกและพกลิปบาล์มติดตัวตลอดเวลา โทรศัพท์และแบตเตอรี่ อุณหภูมิต่ำทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติหลายเท่า ควรเตรียม Power Bank สำรองไว้ และเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าเพื่อรักษาความอบอุ่นให้แบตเตอรี่ระหว่างวัน
การเดินทางไปฮาร์บิน
นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเดินทางไปฮาร์บินได้โดยเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่สนามบินนานาชาติฮาร์บิน ไทผิง (Harbin Taiping International Airport) ใช้เวลาบินประมาณ 5 - 6 ชั่วโมง หรืออาจเลือกเที่ยวบินแวะเปลี่ยนเครื่องที่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือกวางโจว และด้วยนโยบายยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย - จีนในปัจจุบัน ก็ไม่จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าอีกต่อไป จากสนามบินเข้าสู่ตัวเมืองสามารถใช้บริการรถไฟฟ้า (Metro) แท็กซี่ หรือรถบัสสนามบิน โดยใช้เวลาประมาณ 30 - 45 นาที สำหรับการเดินทางภายในเมือง แนะนำให้ใช้รถไฟฟ้าใต้ดินเป็นหลักเพราะสะดวกและอุ่น หรือจะเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน Didi ซึ่งเป็นแอปเรียกรถยอดนิยมของจีน ก็ใช้งานได้ง่ายไม่แพ้กัน
ที่พักในฮาร์บิน
ช่วงเทศกาลคือช่วงไฮซีซันของฮาร์บิน ที่พักมักเต็มเร็วและราคาสูงกว่าช่วงปกติ จึงแนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 - 2 เดือนก่อนวันเดินทาง ควรเลือกที่พักในบริเวณใจกลางเมืองหรือใกล้สถานีรถไฟฟ้า เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ
สำหรับใครที่อยากได้ประสบการณ์พิเศษที่หาไม่ได้ที่ไหน โรงแรมน้ำแข็ง (Ice Hotel) ซึ่งสร้างขึ้นจากน้ำแข็งทั้งหลัง ทั้งผนัง เพดาน และเฟอร์นิเจอร์ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและน่าลองสัมผัสดูสักครั้ง
อาหารเด็ดที่ต้องลองในฮาร์บิน
ฮาร์บินมีวัฒนธรรมอาหารที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ได้รับอิทธิพลทั้งจากอาหารจีนแบบตะวันออกเฉียงเหนือและอาหารรัสเซีย อันเป็นผลมาจากประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของชุมชนรัสเซียในเมืองนี้
เมนูที่ไม่ควรพลาดได้แก่ ปลาหมึกย่างเสียบไม้ที่แข็งตัวในอากาศหนาว ขนมปังสไตล์รัสเซีย (Lieba Bread) มรดกทางวัฒนธรรมที่ยังคงได้รับความนิยมจนถึงทุกวันนี้ หม้อไฟสไตล์ฮาร์บินที่เหมาะกับอากาศหนาวเย็นเป็นพิเศษ และ Tanghulu ผลไม้เสียบไม้เคลือบน้ำตาลแข็งที่เป็นของว่างยอดนิยมระหว่างเดินเล่นในงาน
เที่ยวฮาร์บินไปกับทราเวลแลนด์
เทศกาลน้ำแข็งฮาร์บินเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากและน่าจดจำที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศิลปะก็เที่ยวได้สนุก
หากใครสนใจเดินทางไปสัมผัสเทศกาลน้ำแข็งฮาร์บินสักครั้ง คลิกที่นี่>>ทัวร์ฮาร์บิน เพื่อดูโปรแกรมที่เราพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่า เลือกเที่ยวกับทราเวลแลนด์เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดด้วยกันนะคะ
